|
การบริการแบบนี้
นับเป็นการจัดการต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากต่างบ้านต่างเมือง
ที่จะมาพักค้างแรม
กินอยู่บ้านเราชั่วคราว
ต่างกันกับเครือญาติ
โดยผู้มาพักค้างแรมนั้น
เราไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอเมื่อพบหน้ากัน
ชอบใจหรือไม่ชอบใจต้องอยู่ด้วยกันสัก
1-2
วัน
อย่างไรก็ตาม
เจ้าของบ้านจะต้องเตรียมให้การบริการผู้มาพักค้างแรมกับเราด้วยความเต็มใจ
การจัดที่พักจึงจัดในลักษณะเสมือนญาติมาพักค้างแรมด้วย
โดยการเตรียมจัดจากส่วนเล็กไปหาส่วนใหญ่
ดังนี้
1.
การจัดห้องพัก
ห้องนอน
ควรจัดให้พักในลักษณะที่เป็นส่วนตัว
เรียบง่าย
มีเครื่องนอนสะอาด
(ที่นอน
หมอน
ผ้าห่ม
มุ้ง)
เครื่องนอนควรซัก(รีด)ทำความสะอาดทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวออกจากที่พัก
และได้รับการปู/
วางต้อนรับ
/จัดใหม่เมื่อมีนักท่องเที่ยวรายใหม่เข้าพัก
มีไฟฟ้า/ตะเกียง
ให้แสงสว่างพอเหมาะสม
อาจมีของใช้บางอย่างที่ให้ความสะดวกเพิ่มเช่น
ไม้แขวนเสื้อ
ราวพาดผ้า
เป็นต้น
หากมีโต๊ะ
เก้าอี้ที่วางของ
หรือหนังสือ
ก็ดีที่สุด
เพราะบางเวลา
นักท่องเที่ยวต้องการมีความเป็นส่วนตัว
นั่งอ่าน
เขียน
หนังสือ
ถ้าไม่มี
อาจใช้รวมกับเจ้าของบ้านเมื่อเจ้าของบ้านมิได้ใช้ก็ได้
2.
ห้องอาบน้ำห้องสุขา
ควรดูแลให้สะอาด
นักท่องเที่ยวใช้รวมกับเจ้าของบ้าน
(ควรมีราวพาดผ้า
กระดาษชำระ
ถังทิ้งกระดาษชำระ)
เครื่องใช้อาบน้ำ
เช่น
ผ้าเช็ดตัว
ผ้าขาวม้า
อุปกรณ์ในห้องน้ำ
บางบ้านอาจมีบริการให้
หากไม่มีก็ไม่จำเป็น
เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
เตรียมของใช้ส่วนตัวมาบ้าง
เมื่อเขารู้ว่าจะมาพักแบบโฮมสเตย์
การบริการผ้าอาบน้ำ
ควรแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบ
เพราะวัฒนธรรมตะวันตกเมื่อแขกไปเยือนเจ้าของบ้านจะมีบริการแขก
(บ้านไทยสมัยใหม่จะมีบริการสำหรับรับแขก)
รวมถึงวิธีการอาบน้ำด้วย
เพราะคนไทยตักน้ำอาบ
หากห้องน้ำมีฝักบัว
มีเครื่องทำน้ำร้อนอาบ
ก็ควรอธิบายวิธีการใช้
เพื่อป้องกันการใช้อุปกรณ์ไม่ถูกต้อง
3.จัดที่พบปะ
มีที่นั่งคุยแลกเปลี่ยนความรู้ต่อกัน
(สร้างมิตรภาพและการเรียนรู้ต่อกัน)
อาจใช้ห้องโถงหรือชานบ้านหรือระเบียงหน้าบ้าน
เพราะบางบ้านไม่มีห้องรับแขก
4.
การซักรีด
เจ้าของบ้านควรแจ้งการบริการ
ให้นักท่องเที่ยวทราบ
อาจใช้บริการที่บ้าน
หรือที่ร้านซักรีดใกล้บ้าน
5.
การแนะนำข้อควรปฏิบัติและข้อห้าม
ควรมีการแนะนำ
ข้อปฏิบัติตนในบ้าน
ให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและทราบเหตุผล
เช่น
การถอดรองเท้าในบ้าน
การปฏิบัติตัวกับผู้อาวุโสกว่า
บางบ้านไม่ดื่มเครื่องดองของเมาในบ้าน
ในทำนองเดียวกัน
ควรถามเขาว่า
เขาอยากให้เราบริการอะไรบ้าง
เป็นต้น
6.
แจ้งขอบเขตการบริการ
มีการแจ้งขอบเขตการให้บริการให้นักท่องเที่ยวทราบ
อาทิ
การบริการนำเที่ยวในพื้นที่
ในหมู่บ้าน
รอบ
ๆ
แจ้งราคาค่าบริการที่นักท่องเที่ยวจะต้องจ่าย
เมื่อเจ้าของบ้านบริการท่องเที่ยวให้
หรือแจ้งการบริการท่องเที่ยวในพื้นที่
เช่น
การเช่ารถจักรยาน
การเช่าเรือ
การเช่าอุปกรณ์ต่าง
ๆ
ให้ทราบราคาค่าบริการที่ชัดเจน
รวมทั้งไม่ลืมบอกข่าวถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เพื่อป้องกันภัย
7.
แจ้งเวลาบริการ
แจ้งเวลาการทำงาน
ของเจ้าของบ้าน
เพื่อให้นักท่องเที่ยวจัดเวลา
ปรับเวลา
สำหรับการท่องเที่ยวของเขา
เช่น
เวลาบริการอาหารเช้า
กลางวัน
เย็น
เวลาเข้านอนและเวลาตื่นของเจ้าของบ้าน
เพราะบางวันนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวจะมีบริการอาหารกลางวันห่อ/ใส่กล่องให้ไปหรือไม่/
อาหารเย็น
หากต้องการเครื่องดื่มพิเศษต่างไปจากน้ำดื่มที่เราบริการ
นักท่องเที่ยวจะหาซื้อได้ที่ไหน
ราคาประมาณเท่าใด
บางวันเจ้าของบ้านจะต้องออกทำงานในอาชีพหลัก
เช่นทำนา
ทำสวน
ทำไร่
ทำประมง
ทอผ้า
ทำของขาย
ควรแจ้งเวลาให้นักท่องเที่ยวทราบ
เขาอาจจะขอมีโอกาสร่วมกิจกรรม
เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตด้วย
หากเป็นผู้ชายชอบที่จะหาโอกาสติดเรือออกไปจับปลาด้วย
เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตในพื้นถิ่น
กระนั้นก็ตามต้องไม่ลืมเตือนเรื่องความปลอดภัยขณะเดินทางด้วย
|