|
โฮมสเตย์
เป็นการจัดการธุรกิจชนิดหนึ่ง
หลังจากที่เจ้าของบ้าน
คิดค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ
รวมถึงค่าตอบแทนการบริการแล้ว
จะต้องมีรายได้และผลกำไรเสมอ
ซึ่งเป็นรายได้เสริมให้กับชุมชนในพื้นที่นั้น
ธุรกิจโฮมสเตย์
จึงมี
ต้นทุน
และค่าใช้จ่ายอื่น
ๆ
ที่เจ้าของบ้านจะต้องคิดคำนวณไว้เป็นต้นทุน
เพื่อกำหนดเป็นราคาขาย
และราคาบริการให้กับนักท่องเที่ยว
ซึ่งมีวิธีการคิด
ดังนี้
1.
ต้นทุนบริการที่พัก
(ภารกิจของเจ้าของบ้าน
)
ก่อนที่เจ้าของบ้านจะคิดค่าบริการจากนักท่องเที่ยว
ต้องรวบรวมค่าใช้จ่ายเพื่อหาเป็นต้นทุนเสียก่อน
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1.1
ค่าซักรีด
เครื่องนอนแต่ละครั้ง
(
ผ้าปูที่นอน
ปลอกหมอน
ปลอกผ้าห่ม
มุ้ง
)
ต่อ
1
คน
ประมาณ
140
บาท
1.2
ค่ากระแสไฟฟ้า/คืน/คน
50
บาท
30
บาท
1.3
ค่าอาหาร
(เช้า
/
กลางวัน
/
เย็น
)
(50+60+70
)
รวมต่อคนต่อวัน
180
บาท
200
บาท
1.4
ค่าน้ำใช้
30
บาท
20
บาท
1.5
ค่าบริการเจ้าของบ้าน
(
ค่าเสียเวลา
)
160
บาทต่อวันต่อคน
รวมต้นทุนต่อ
1
คน
560
บาท
200
630
บาท
1.6
ค่าตอบแทนศูนย์บริการกลาง
(ชุมชน
/
อบต.
10
%)
เป็นเงิน
80
บาท
60
1.7
ค่าตอบแทนบริษัทนำเที่ยว
(20%
)
เป็นเงิน
160
บาท
103.50
บาท
รวม
7
รายการเป็นเงิน
800
บาท
793.50
บา
ดังนั้น
ราคาที่ควรจะประกาศขายคือ
1.
ราคาจองโดยตรงกับศูนย์บริการในชุมชน(อบต.)
คนละ
640
บาทต่อคืน
(เจ้าของบ้านได้เงิน
560
บาท
/
ศูนย์บริการได้เงิน
80
บาท
/
ต่อคนต่อคืน
)
2.
ราคาขายให้กับบริษัทนำเที่ยว(ควรจะเป็น)
คนละ
800
บาทต่อคืน
(เจ้าของบ้านได้เงิน
560
บาท/
ศูนย์บริการได้รับเงิน
80
บาท
และบริษัทนำเที่ยวได้รับเงิน
160
บาทต่อคนต่อคืน)
อนึ่ง
รายการ
1.6
ค่าตอบแทนที่เจ้าของบ้านจะต้องจ่ายให้ศูนย์บริการนั้น
อาจคิดเป็นค่าธรรมเนียมก็ได้
เพื่อศูนย์ฯจะใช้เป็นค่าจ้างเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล
/
ตอบโทรศัพท์
/
โทรสาร
/
E-mail
และค่าใช้จ่ายสำนักงาน
ค่าใช้จ่ายดูแลความปลอดภัยในพื้นที่
รวมถึงค่าใช้จ่ายส่งเสริมตลาดได้
สำหรับรายการ
1.7
ค่าตอบแทนบริษัทนำเที่ยวที่เจ้าของบาทจะต้องจ่ายให้กับบริษัทนำเที่ยว
(เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท+ค่าตอบแทนมัคคุเทศก์)
2.
ต้นทุนบริการอุปกรณ์ท่องเที่ยวและพาหนะ
(ภารกิจของเพื่อนบ้าน
)
การท่องเที่ยวโฮมสเตย์
เป็นกิจกรรมหนึ่งของการท่องเที่ยวในชนบท(Rural
Tourism)
นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาไปเที่ยวยังสถานที่ต่าง
ๆ
ที่อยู่ในท้องถิ่น
หรืออาจอยู่ใกล้เคียงกับท้องถิ่น
บางโอกาสจำเป็นต้องเช่าพาหนะ
(จักรยาน
มอเตอร์ไซค์
เรือพาย
รถอีแต๋น
รถยนต์
เกวียน
ม้าขี่
)
ทั้งเช่าขับขี่เอง
หรือเช่าเหมาบริการ
ผู้เป็นเพื่อนบ้านที่ให้บริการจะต้องมี
(การคิดต้นทุน
+
ค่าตอบแทน
)
เป็นราคาค่าบริการให้เช่า
ภารกิจของเพื่อนบ้านที่มีรายได้อันเกิดจากการบริการนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวในหมู่บ้านนั้น
มีความจำเป็นที่จะต้องให้ค่าตอบแทน
2
แห่งคือ
ศูนย์บริการในหมู่บ้าน(เพื่อใช้เป็นกองทุนส่งเสริมการตลาด)
บริษัทนำเที่ยว+มัคคุเทศก์
(เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท+มัคคุเทศก์)
การคำนวณต้นทุน
การเช่าอุปกรณ์
การให้เช่าบริการอื่น
ๆ
การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก
ในหมู่บ้าน
ควรใช้วิธีคำนวณการตั้งราคา
ที่รวมค่าตอบแทนศูนย์บริการ+ค่าตอบแทนบริษัทนำเที่ยวไว้ด้วย
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในระบบธุรกิจ
ซึ่งจะต้องมีค่าตอบแทนในการขายทุกประเภท
ดังนั้น
ผู้ทำธุรกิจท่องเที่ยวในหมู่บ้านควรต้องถือปฏิบัติอย่างรอบคอบต่อการคำนวณราคาสินค้าบริการ
ตัวอย่าง
ถ้าร้านในหมู่บ้าน
มีจักรยานให้เช่า
ซึ่งเจ้าของร้าน
ตั้งใจว่าจะกำหนดราคาค่าเช่า
ครึ่งวัน
คันละ
60
บาท
ค่าเช่าเต็มวัน
ราคาคันละ
80
บาทนั้น
เจ้าของร้านจะต้องคิดราคาที่
รวมค่าตอบแทน
(ค่าธรรมเนียม)
ให้กับศูนย์บริการกลางไว้ด้วย
10%
ของราคาค่าเช่า
กับเผื่อสำหรับบริษัทนำเที่ยวอีกด้วย
อนึ่ง
ค่าตอบแทนที่เจ้าของร้านจะต้องจ่ายให้กับศูนย์บริการกลาง
ก็เพื่อทางศูนย์จะได้มีกองทุนไว้ใช้เป็นค่าส่งเสริมตลาดต่อไป
นอกจากค่าตอบแทนให้กับศูนย์ฯในหมู่บ้านแล้ว
ยังต้องคิดคำนึงถึงค่าตอบแทนบริษัทนำเที่ยวอีก
20
%
ของราคาให้เช่า
คือ
ราคาค่าเช่าครึ่งวัน
80
บาทและราคาเต็มวัน
100
บาท
ดังนั้น
ราคาค่าเช่าจักรยานที่เจ้าของร้านจะต้องติดราคาค่าเช่าครึ่งวัน
80
บาท
(เจ้าของร้าน
56
บาท+ศูนย์บริการกลางได้
8
บาท+บริษัทนำเที่ยว
16
บาท)
ราคาเต็มวันค่าเช่า
110
บาท
(เจ้าของร้าน
77
บาท
+
ศูนย์บริการกลางได้
11
บาทและบริษัทนำเที่ยวได้
22
บาท)
3.
ค่าตอบแทนที่มอบให้ศูนย์บริการนั้นจะคืนกลับให้หมู่บ้าน
(ชุมชน)
อย่างไร
ค่าตอบแทน
10
%
ที่ผู้ประกอบธุรกิจ
โฮมสเตย์และผู้ประกอบธุรกิจบริการอื่น
ๆ
ทั้งให้เช่าอุปกรณ์
และขายสินค้าของที่ระลึกได้จัดมอบให้กับศูนย์บริการของหมู่บ้าน
ซึ่งบางแห่งอาจรวมอยู่ที่กับกองทุนของ
(อบต./เทศบาลตำบล)
ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายเป็นค่าบริหารโดยตรงและค่าจัดการทางอ้อมคือ
3.1
นำไปใช้เป็นค่าบริหารศูนย์
บริการ
เช่น
ค่าจ้างลูกจ้าง
ค่าโทรศัพท์
ค่าโทรสาร
และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่น
ๆ
ซึ่งผู้บริหารศูนย์ฯจะต้องทำบัญชีรับ-จ่าย
และรายงานผลให้ทราบอย่างโปร่งใสทุก
4
หรือ
6
เดือน
เป็นอย่างน้อย
3.2
นำไปใช้เป็นค่าส่งเสริมตลาด
ค่าจัดต้อนรับสื่อมวลชน
ค่าจัดต้อนรับผู้แทนบริษัทนำเที่ยว
บางกรณีที่มีสื่อมวลชนมาถ่ายทำสารคดี
/
รายการวิทยุ/
รายการโทรทัศน์
เพื่อนำข่าวสารออกไปเผยแพร่
บางกรณีการจัดส่งเสริมตลาดที่เชิญผู้แทนบริษัทนำเที่ยวมาสังเกตการณ์
ดูศักยภาพการบริการ
เพื่อนำข้อมูลไปจัดรายการนำเที่ยว
คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯจะต้องให้การต้อนรับ
จะได้มีค่าใช้จ่ายในการต้อนรับ
เพื่อการโฆษณากิจการทางอ้อม
อนึ่ง
บางครั้งท้องถิ่นที่ประสบความ
สำเร็จการจัดโฮมสเตย์
และบริการท่องเที่ยวอื่น
ๆ
มักจะมีคณะผู้สนใจเดินทางมาดูงานการจัดการต้อนรับคณะดูงานจึงเป็นปัญหาเรื่องการต้อนรับ
การจัดการต้อนรับที่ต้องใช้งบ
ประมาณมากกว่าการจัดเครื่องดื่มต้อนรับแล้ว
คณะกรรมการฯ
ควรวางมาตรการการดูงาน
หากต้องการแวะรับประทานอาหาร(กลางวัน/
ตอนเย็น)
ก็จะต้องคิดค่าบริการพิเศษ
เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ศึกษาดูงานจะต้องซื้อบริการ
มิฉะนั้นแล้ว
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้นับเป็นงบประมาณสูง
อันเป็นการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์ของชุมชนที่ต้องการผลทางการโฆษณาทางอ้อมด้วย
3.3
กรณีที่ชุมชนพบปัญหาว่า
การบริการต่าง
ๆ
ทั้งการจัดโฮมสเตย์
การจัดบริการอื่น
ๆ
ยังด้อยคุณภาพ(ยังไม่มีมาตรฐานบริการ)
อาจจัดการฝึกอบรม
หรือผู้แทนชุมชนไปฝึกอบรม
ดูงาน
ก็สามารถใช้งบประมาณนี้ได้
กองทุนศูนย์บริการที่ได้รับและใช้จ่ายเพื่อการพัฒนากิจการ
พัฒนาบริการนั้น
คณะกรรมการบริหารจะต้องมอบหมายให้เจ้าหน้าที่บัญชีและการเงิน
รายงานผลให้ชุมชนทราบอย่างโปร่งใสทุก
4
-6
เดือน
4.
การประชาสัมพันธ์
ส่งเสริมการตลาดและการท่องเที่ยวในพื้นที่
การประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
นับเป็นวิธีหนึ่งที่อยู่ในรูปแบบส่งเสริมการขายบริการธุรกิจต่าง
ๆ
เข้าสู่หมู่บ้านโดยตรง
ซึ่งคณะกรรมการบริหารศูนย์อาจดำเนินการหลายวิธี
ดังนี้
4.1
การจัดทำข่าวสารเผยแพร่(
Press
Releas)
ส่งให้กับสื่อมวลชนสาขาต่าง
ๆ
ทั้งนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้วย
ผู้ทำหน้าที่อาจชี้แจงงบประมาณค่าใช้จ่าย
(ค่าภาพ
/
ค่ากระดาษทำสำเนาข่าว/
ค่าจัดส่ง)ปัจจุบันการจัดทำข่าวสารเผยแพร่นิยมจัดส่งทางอีเมล์
(
E-mail
)
หรือ
Internet
4.2
การจัดทำเอกสาร
แผ่นพับ(Brochure)
เป็นเอกสารที่มีภาพประกอบ
อธิบายสั้น
ๆ
อาจใช้พิมพ์หนึ่งสี
สองสี
หรือ
สี่สี
ตามแต่งบประมาณ
ผู้รับผิดชอบการผลิตจะต้องมีค่าใช้จ่ายอันเป็นงบประมาณ(
ค่าจัดทำต้นฉบับ/
ค่าภาพ/ค่าออกแบบ/ค่าจัดพิมพ์/
ค่าประสานงาน/
ค่าจัดส่งเผยแพร่)
4.3
การจัดทำคู่มือนำเที่ยวเผยแพร่(
Hand
Book)เป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลต่าง
ๆ
ไว้โดยละเอียด
มีแผนที่ประกอบ
แจ้งราคาค่าบริการชัดเจน
นับเป็นเอกสารที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ดังนั้นการจัดทำจึงต้องคิดให้รอบคอบว่า
จะจัดทำเพื่อจำหน่าย
ให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการจัดพิมพ์
การจัดทำโดยหาสปอนเซอร์โฆษณา
แล้วแจกฟรี
คณะผู้รับผิดชอบการผลิตจะต้องคิดค่าใช้จ่ายอันเป็นงบประมาณ(ค่าต้นฉบับ
/ค่าภาพ/
ค่าออกแบบ/
ค่าจัดพิมพ์/
ค่าประสานงาน
/
ค่าจัดส่งเผยแพร่)
เพื่อหางบประมาณเป็นค่าสปอนเซอร์ได้
4.4
การจัดทำโปสเตอร์เผยแพร่
นับเป็นเอกสารที่นิยมจัดทำ
ซึ่งผู้รับผิดชอบการผลิตจะต้องคิดงบประมาณ(
ค่าต้นฉบับ/
ค่าภาพประกอบ/ค่าจัดพิมพ์
และค่าจัดส่งเผยแพร่)
4.5
เชิญสื่อมวลชนดูงานในพื้นที่
เพื่อให้ข่าวสารการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน/ในท้องถิ่น
/
ได้รับการเผยแพร่ออกไปมาก
ๆ
ในสื่อมวลชนสาขาต่าง
ๆ
คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ
จะต้องประสานงานกับหมู่บ้านคอยต้อนรับการเยี่ยมชม
การอำนวยความสะดวก
เพื่อให้สื่อมวลชนสรรหาข้อมูลได้ง่าย
ผู้รับผิดชอบการประชาสัมพันธ์หรือปฏิคมของหมู่บ้านจะต้องให้การต้อนรับ
การจัดสื่อมวลชนเยี่ยมชม
คณะกรรมการศูนย์ฯ
ควรติดต่อประสานงานกับหน่วยงาน
ททท.
สำนักงานภูมิภาค
การประชาสัมพันธ์
เพื่อส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวนั้น
คณะกรรมการศูนย์ฯจะต้องประสานงานกับ
ททท.
ภูมิภาค
ที่รับผิดชอบการส่งเสริม
และพัฒนาการท่องเที่ยว
โดยทำงานร่วมกัน
เพื่อการวางแผนการประชาสัมพันธ์
(แผนเฉพาะกิจ
/
แผนระยะ
3
ปี
/
แผนระยะ
5
ปี
/
แผนระยะ
10
ปี
)
4.6
การจัดทำโสตทัศนูปกรณ์
เพื่อเผยแพร่
นับเป็นอุปกรณ์ประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลมากที่สุด
เช่น
การจัดทำ
สไลด์
การจัดทำวีดีโอ
(วีดิทัศน์)
การทำซีดีรอม(
CD
ROM)/และจัดทำนิทรรศการ
การผลิตสื่อทัศนูปกรณ์แต่ละประเภทนี้
มีค่าใช้จ่ายสูง
(ค่าเขียนบท
ค่าภาพประกอบ
ค่าเพลงประกอบ
ค่าดำเนินการ
และค่าจัดส่ง)
4.7
การโฆษณา
เพื่อส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวสู่พื้นที่
การโฆษณาต่างจากการประชาสัมพันธ์
เพราะการโฆษณาเป็นการที่ต้องใช้งบประมาณซื้อบริการโดยตรงจึงมีการเผยแพร่
เช่น
การซื้อหน้าโฆษณาในนิตยสาร
หนังสือพิมพ์
การซื้อรายการ
วิทยุและโทรทัศน์
โดยเฉพาะการ
โฆษณานั้น
นับเป็นวิธีการส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายสูง
คณะกรรมการชุมชนจะต้องประชุมลงมติกันก่อน
ภารกิจการจัดการโฮมสเตย์และการจัดบริการ
ต้อนรับการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน
นับว่าเป็นการดำเนินงานที่มีขั้นตอน
มีความละเอียด
มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ผู้เป็นเจ้าของกิจการต้องรอบคอบต่อการคิดคำนวณค่าใช้จ่าย
แจ้งการบริการ
แจ้งราคาค่าบริการให้นักท่องเที่ยวและสาธารณชนรับทราบ
เพื่อตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยว
|