กำเนิดของโฮมสเตย์
(Home
Stay)
จุดเริ่มต้น
และความเป็นมาของ
โฮมสเตย์
ในทวีปยุโรปในช่วง
50
ปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลก
ครั้งที่
2
ผู้คนเริ่มแสวงหาแหล่งท่องเที่ยว
และที่พักที่ห่างไกลชุมชนเมือง
และร่องรอยความกดดันของสงคราม
ไปสู่พื้นที่ชนบทที่เต็มไปด้วยความสงบร่มรื่น
ธรรมชาติที่สวยงาม
ก่อให้เกิดที่
พักแรมสำหรับ
นักท่องเที่ยวประเภทใหม่
ๆ
ขึ้น
ได้แก่
Bed
&
Breakfast
บ้านพักในฟาร์ม
(Farm
house)
เกสต์เฮาส์
(Guest
house)
และโฮมสเตย์ที่มีลักษณะคล้าย
ๆ
กัน
แต่เรียกชื่อแตกต่างกันไป
ตามพื้นที่ประเทศ
และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเรียกชื่อแตกต่างกันไป
แต่ทั้งหมดดำเนินการภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ
ถือว่าผู้ที่เข้ามาพัก
เป็นแขกของบ้านมิใช่นักท่องเที่ยว
(Be
a
guest,
not
just
a
tourist)
และ
อยู่ภายใต้การพัฒนาแบบการท่องเที่ยวชนบท
(Rural
Tourism)
ความเป็นมาเรื่อง
Home
Stay
ในประเทศไทย
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฯ
ฉบับที่
8
ที่เน้นบทบาทการพัฒนาชุมชน
และการที่รัฐบาลออกกฎหมายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
เป็นแรงผลักดันให้องค์กรท้องถิ่น
และหน่วยงานต่าง
ๆ
ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ให้กับชุมชน
โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นจุดขาย
จึงทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวหลายรูปแบบในชุมชน
ซึ่งการจัดกิจกรรม
Home
Stay
ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมากทั้งจากองค์กรท้องถิ่น
องค์กรเอกชน
และหน่วยงานภาครัฐ
จากการติดตามความเป็นมาพบว่า
Home
Stay
ภายในประเทศไทยเกิดขึ้นมานานแต่รูปแบบและกิจกรรมอาจแตกต่างหลากหลาย
หากวิเคราะห์จากอดีตที่ผ่านมา
สามารถสรุปได้ตามยุคสมัย
ดังนี้
ยุคเริ่มต้น
(ปี
2503-2525)
กระจายอยู่ในกลุ่มนิสิต
นักศึกษา
กลุ่มออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท
ต้องเรียนรู้วิถีชีวิต
รับทราบปัญหาในชนบท
เพื่อนำมาพัฒนาสังคมตามอุดมคติ
กระจายอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่า
โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือของประเทศไทย
นักท่องเที่ยวจะพักตามบ้านชาวเขา
โดยจุดพักนั้นจะขึ้นอยู่กับเส้นทางการเดินป่า
ยุคกลาง
(ปี
2526-2536)
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่า
เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น
การพักค้างใน
รูปแบบ
Home
Stay
ได้รับการพัฒนารูปแบบและกิจกรรม
โดยกระจายไปยังหมู่บ้านชาวเขา
ที่กว้างขวางมากขึ้น
ในระยะนี้การท่องเที่ยวในรูปแบบทัวร์ป่าที่มีการจัด
Home
Stay
เริ่มสร้างปัญหาสังคม
อาทิ
ปัญหายาเสพติด
ปัญหาโสเภณี
ปัญหาการปล้น
ขโมย
ปัญหาการฆ่าชิงทรัพย์
กลุ่มนักพัฒนา
นักกิจกรรม
ที่เติบโตมาจากการทำกิจกรรมในสมัยนักศึกษา
เริ่มทำงานในรูปแบบของ
องค์กรพัฒนาเอกชน
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม
มีรูปแบบการเดินทาง
เพื่อศึกษาดูงานด้านการพัฒนา
ซึ่งเป็นลักษณะหนึ่งของ
Home
Stay
แต่ยังเผยแพร่ในคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
ยุคตั้งแต่ปี
(2537-ปัจจุบัน)
ยุคนี้
เป็นยุคเน้นกระแสการพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นจะพบได้ว่า
การท่องเที่ยวจะมีแนวโน้ม
ที่จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ในระยะประมาณปี
2537-2539
ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย
เริ่มมีการท่องเที่ยวในรูปแบบ
Home
Stay
โดยกลุ่มนำร่องคือ
กลุ่มที่เป็นนักกิจกรรมสังคมทั้งรุ่นเก่า
และรุ่นใหม่
เท่าที่สืบค้นพบว่า
พื้นที่ที่ดำเนินการเรื่อง
Home
Stay
ก็จะเป็นพื้นที่ที่องค์กรพัฒนาเอกชนไทย
เข้ามาดำเนินการ
เช่น
เกาะยาว
จ.พังงา
(กลุ่มประมงชายฝั่ง/อวนลาก
อวนรุน)
หลังจากพื้นที่เกาะยาว
จ.พังงา
ได้มีพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้น
อาทิ
หมู่บ้านคีรีวง
จ.
นครศรีธรรมราช
บ้านแม่ทา
จ.เชียงใหม่
(กลุ่มเกษตรทางเลือก)
บ้านผู้ใหญ่วิบูลย์
เชนเฉลิม
(เกษตรยั่งยืน)
ปี
2539
เป็นต้นมา
ได้มีการเคลื่อนไหวขึ้นในกลุ่มนักธุรกิจผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว
โดยนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวผสมผสานระหว่าง
Adventure
Ecotourism
และ
Home
Stay
จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี
2541-2542
เป็นปีท่องเที่ยวไทย
(Amazing
Thailand
1998-1999)
ทุกหน่วยงานของรัฐ
มีนโยบายสนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว
ทำให้
เกิดการจัดการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน
และขยายกิจกรรม
Home
Stay
เพิ่มมากขึ้น
เช่น
หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโคกโก่ง
อ.
กุฉินารายณ์
จ.กาฬสินธุ์
บ้านทรงไทยปลายโพงพาง
อ.อัมพวา
จ.สมุทรสงคราม
รวมทั้งพื้นที่ชนกลุ่มน้อย
หมู่บ้านชาวเขา
ก็มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรม
Home
Stay
ด้วยเช่นกัน
ในปัจจุบัน
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
(Ecotourism)
ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
ทั้งในกลุ่มชาวไทย
และชาวต่างประเทศ
มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน
เพื่อการศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต
วัฒนธรรม
หัตถกรรมของท้องถิ่น
โดยมี
Home
Stay
ที่มีความหมายมากกว่าเป็นที่พัก
เนื่องจากเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง
ซึ่งยึดเอารูปแบบที่พักเป็นศูนย์กลาง
และจัดให้มีกิจกรรมในด้านต่างๆ
ตามความต้องการของนักท่องเที่ยวรวมอยู่ด้วยทั้งนี้
หน่วยงานที่สนับสนุนกิจกรรม
Home
Stay
เช่น
ส่วนราชการในจังหวัด
อบต.
องค์กรเอกชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้มีแนวคิดหลักที่จะใช้
Home
Stay
เป็นกิจกรรมทางการท่องเที่ยวในชุมชน
ซึ่งบางพื้นที่อาจไม่จำเป็นต้องจัดเป็น
Home
Stay
แต่เป็นเพียงการท่องเที่ยวลักษณะ
Home
Visit
หรือ
การเรียนรู้วิถีชีวิต
โดยไม่ต้องพักแรมก็ได้
กิจกรรมที่พัก
Home
Stay
จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงชุมชน
หรือการท่องเที่ยวในชนบทเท่านั้นหากจะกำหนดรูปแบบของกิจกรรม
ที่พัก
Home
Stay
เป็นรูปแบบเฉพาะในประเทศไทย
และการกำหนดชื่อเฉพาะเพื่อเป็นImage
ด้านการตลาดเช่นเดียวกับ
T-House
ของประเทศเนปาล
โดยให้กำหนดชื่อ
Baan
Phak
เป็นชื่อเฉพาะของกิจกรรมที่พัก
Home
Stay
ในประเทศไทย
เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะต้องพักร่วมกับเจ้าของบ้านพร้อมที่จะเรียนรู้วัฒนธรรม |